CENTEL ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยพิจารณาทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากการดำเนินงาน และบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับกระบวนการตัดสินใจขององค์กร เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว CENTEL ได้จัดทำนโยบายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยยึดหลักสำคัญดังนี้:

- การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกกระบวนการดำเนินงาน
- การจัดการของเสียและมลพิษอย่างเหมาะสม
- การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่สีเขียว
- การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม
- การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
- การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัดผลการดำเนินงาน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

CENTEL ตระหนักถึงผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ (Human Activity) ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหานี้ เราจึงดำเนินการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กรอย่างครอบคลุม ควบคู่กับการจัดทำแผนปฏิบัติการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

เราให้ความสำคัญกับการปรับตัวเชิงรุกและการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อปรับตัว บรรเทาผลกระทบและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และมีศักยภาพในการปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เป้าหมาย

เป้าหมายระยะสั้น: ภายในปี 2572 (เทียบจากปีฐาน 2562)

CENTEL ได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมระยะ 10 ปี (2563–2572) เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ โดยมีเป้าหมายหลักดังนี้:

1.
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% หรือ 4% จากปีที่ผ่านมา
2.
ลดการใช้พลังงานลง 40% หรือ 4% จากปีที่ผ่านมา
3.
ลดการใช้น้ำลง 20% หรือ 2% จากปีที่ผ่านมา
4.
ลดปริมาณขยะไปหลุมฝังกลบลง 20% หรือ 2% จากปีที่ผ่านมา

เป้าหมายระยะยาว: ภายในปี 2593 (เทียบจากปีฐาน 2562)

CENTEL ได้กำหนด “CENTARA Race to Net Zero” เป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการมุ่งสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์ (science-based approach) ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Strategy) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2025 โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะสอดคล้องกับแนวทางของ Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการดำเนินงาน และเร่งขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปี 2568

ปริมาณก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3)

หน่วย: tCO2e

ปริมาณการใช้พลังงาน

หน่วย: MWh
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานของธุรกิจโรงแรม
- ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 47 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ
2. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 17 แบรนด์
3. ขอบเขตการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3
- ธุรกิจโรงแรม: รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ในหมวดหมู่ 1, 3, 5, 6 และ 7
- ธุรกิจอาหาร: รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ในหมวดหมู่ 1, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 และ 12
4. วิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3
หมวดหมู่ 1 - สินค้าและบริการที่จัดซื้อ: คำนวณโดยใช้วิธี Average Data Method จากปริมาณการจัดซื้อ
หมวดหมู่ 3 - กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน: รวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังไม่ได้รวมอยู่ใน Scope 1 และ Scope 2
หมวดหมู่ 4 - การขนส่งและกระจายสินค้าต้นน้ำ: คำนวณโดยใช้วิธี Spend-Based Method จากค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและรูปแบบการขนส่ง
หมวดหมู่ 5 - ของเสียจากการดำเนินงาน: คำนวณจากข้อมูลปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
หมวดหมู่ 6 - การเดินทางเพื่อธุรกิจ: รวมเฉพาะการเดินทางทางอากาศ โดยการคำนวณอ้างอิงจาก ICAO
หมวดหมู่ 7 - การเดินทางของพนักงาน: คำนวณจากระยะทางการเดินทาง รูปแบบการเดินทาง และความถี่ในการเดินทาง
หมวดหมู่ 8 - สินทรัพย์เช่าต้นน้ำ: คำนวณโดยใช้วิธี Average Data Method จากพื้นที่ใช้สอย
หมวดหมู่ 9 - การขนส่งและกระจายสินค้าปลายน้ำ: คำนวณจากข้อมูลจำนวนคำสั่งซื้อที่จัดส่ง
หมวดหมู่ 12 - การจัดการซากผลิตภัณฑ์: คำนวณจากน้ำหนักของวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์หลังจากบริโภค
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 47 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ
2. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 17 แบรนด์
3. การใช้พลังงานของธุรกิจโรงแรม
- การใช้พลังงานครอบคลุมไฟฟ้าที่ซื้อมาใช้ในการดำเนินงาน, ก๊าซ LPG, ก๊าซธรรมชาติ, เชื้อเพลิง (เช่น น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน) น้ำเย็น, พลังงานหมุนเวียน และแหล่งพลังงานอื่น ๆ
4. การใช้พลังงานของธุรกิจอาหาร
- การใช้พลังงานครอบคลุมไฟฟ้าที่ซื้อมาใช้ในการดำเนินงาน, ก๊าซ LPG, เชื้อเพลิง (เช่น น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน), น้ำมันเตา และพลังงานหมุนเวียน

ปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียน

หน่วย: kWh

ปริมาณการใช้น้ำ

หน่วย: megaliter (ML)
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานหมุนเวียนของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 18 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ ซึ่งมีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)
2. ขอบเขตข้อมูลการใช้พลังงานหมุนเวียนของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 22 สาขาที่มีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) โดยไม่รวมกิจการร่วมค้า (Joint Venture)
3. แหล่งพลังงานหมุนเวียนในธุรกิจโรงแรม
แหล่งพลังงานหมุนเวียนประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ และเชื้อเพลิงชีวภาพจากเศษไม้
4. แหล่งพลังงานหมุนเวียนในธุรกิจอาหาร
- พลังงานหมุนเวียนมาจากพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลการใช้น้ำของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 47 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ
2. ขอบเขตข้อมูลการใช้น้ำของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 17 แบรนด์
3. แหล่งที่มาของการใช้น้ำธุรกิจโรงแรม
- แหล่งน้ำที่ใช้ประกอบด้วยน้ำประปาที่จัดซื้อ น้ำรีไซเคิลที่จัดซื้อ การกักเก็บน้ำฝน การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล น้ำบาดาล และน้ำผิวดินจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
4. แหล่งที่มาของการใช้น้ำธุรกิจอาหาร
- แหล่งน้ำที่ใช้มาจากน้ำประปาที่จัดซื้อเท่านั้น

ปริมาณน้ำรีไซเคิล

หน่วย : เมกะลิตร

ปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ

หน่วย : Ton
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลการใช้น้ำรีไซเคิลของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 16 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ ซึ่งมีการระบบบำบัดน้ำและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
2. การจัดการน้ำของธุรกิจอาหาร
- น้ำเสียจากธุรกิจอาหารได้รับการบำบัดตามข้อกำหนดของเจ้าของพื้นที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เนื่องจากลักษณะของสถานประกอบการ จึงยังไม่มีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดและได้มาตรฐานกลับมาใช้ใหม่
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลขยะที่นำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 47 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ
2. ขอบเขตข้อมูลขยะที่นำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 17 แบรนด์

อัตราการรีไซเคิลของเสีย

หน่วย: %
หมายเหตุ
1. ขอบเขตข้อมูลขยะรีไซเคิลของธุรกิจโรงแรม
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุมโรงแรมจำนวน 47 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ
2. ขอบเขตข้อมูลขยะรีไซเคิลของธุรกิจอาหาร
- สำหรับปี 2568 ข้อมูลครอบคลุม 17 แบรนด์
การบริหารจัดการด้านพลังงาน

CENTEL เรามุ่งมั่นในการบูรณาการเทคโนโลยีและพัฒนาอุปกรณ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดผลกระทบจากการพึ่งพาพลังงานรูปแบบเดิมที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการใช้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ (Energy Audits and Assessments ) เพื่อสามารถพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในระยะยาว พร้อมกันนี้ CENTEL ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และโครงการแปรรูปของเสียเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

CENTEL ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรร่วมอย่างรับผิดชอบ (Common Goods) รวมถึงทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลักษณะการดำเนินธุรกิจของเราที่มีการใช้น้ำในปริมาณมาก บริษัทจึงมีการเก็บรวบรวมข้อมูลและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดในท้องถิ่น รวมถึงการบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำ ตลอดจนส่งเสริมการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ พร้อมทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของเรา ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการการใช้น้ำ การบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการอนุรักษ์น้ำผ่านการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ประหยัดน้ำมาใช้ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

ภายใต้โครงการ “My Green Day” แขกที่เข้าพักมากกว่าหนึ่งคืนสามารถมีส่วนร่วมในด้านความยั่งยืน ด้วยการเลือกใช้ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวซ้ำ หรือเลือกงดบริการทำความสะอาดห้องพักประจำวัน ความร่วมมือเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายด้านความตึงเครียดของทรัพยากรน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาวอีกด้วย

การประเมินความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ

CENTEL ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความตึงเครียดของน้ำ (Water Stress Assessment) โดยใช้เครื่องมือ AQUEDUCT Water Risk Atlas ของสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute - WRI) เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของน้ำ การประเมินนี้ช่วยสนับสนุนความพยายามในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับทรัพยากรและส่งเสริมการใช้น้ำอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร

การบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

CENTEL ให้ความสำคัญในการจัดการน้ำเสีย เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม เรามีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเสียเป็นประจำทุกเดือน และจัดให้มีการตรวจสอบประจำปีโดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มธุรกิจอาหารซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เช่า บริษัทดำเนินการตามแนวทางการบำบัดน้ำเสียของเจ้าของพื้นที่อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ CENTEL ได้ดำเนินโครงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recycling & Reuse Projects) โดยมุ่งเน้นการนำน้ำทิ้ง (Greywater) ที่ผ่านการบำบัดมาใช้ประโยชน์ใหม่ ตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดโดยองค์กรเพื่อสนับสนุนโรงแรมที่มีระบบบำบัดน้ำ นำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในการรดน้ำต้นไม้ พื้นที่สีเขียว และทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งช่วยส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงานของเรา

การบริหารจัดการของเสียและมลพิษ
  • CENTEL ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนจากของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ และได้ดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นแนวทางหลักในการจัดการทรัพยากร เน้นการนำกลับมาใช้ใหม่ การรีไซเคิล และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด
  • ระบบการจัดการของเสียของ CENTEL (CENTEL Waste Management System) ได้ถูกนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติในทุกหน่วยธุรกิจ โดยยึดตามหลักลำดับขั้นการจัดการของเสีย (Waste Management Hierarchy) และลำดับขั้นการจัดการขยะอาหาร (Food Recovery Hierarchy) โดยของเสียทั้งหมดจะถูกจำแนกออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทจะได้รับการจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียน (Circular Loop) อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมโครงการที่ช่วยลดปริมาณของเสียปลายทาง เช่น การทำปุ๋ยหมัก การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การบริจาคอาหาร และการนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น
  • ในส่วนการจัดการของเสียจากบรรจุภัณฑ์สารเคมีทำความสะอาด บริษัทได้ดำเนินการผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีการส่งคืนบรรจุภัณฑ์เปล่าเพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี วัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลจะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปแบบมุมป้องกันสำหรับถังบรรจุสารขนาดใหญ่ (Intermediate Bulk Container: IBC) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • นอกจากนี้ CENTEL ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับชัพลายเออร์ในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging) โดยสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือส่งคืนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัตถุดิบ เช่น ผัก ผลไม้ และขนมปัง ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดมลภาวะ และส่งเสริมการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบที่ CENTEL ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เรามุ่งมั่นในการอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติ ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อ "ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียสุทธิ" (No Net Loss) ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้ขอบเขตที่องค์กรสามารถบริหารจัดการได้

CENTEL ได้จัดทำนโยบายและดำเนินโครงการที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมทั้งสื่อสารความพยายามเหล่านี้ไปยังผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน และเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพ CENTEL ได้ดำเนินกิจกรรมฝึกอบรมให้แก่พนักงาน และจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้สำหรับแขกผู้เข้าพัก โดยแนวทางทั้งหมดของเรายึดหลักการเคารพธรรมชาติ ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Risk Assessment) เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบและการพึ่งพิงที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพให้ดียิ่งขึ้น จากผลการประเมินดังกล่าว บริษัทได้กำหนดแนวทางการจัดการผลกระทบตามลำดับขั้นการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระบบนิเวศบนบกและใต้น้ำ