ตลอดปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง ทั้งนี้ การต่อยอดจากรากฐานที่มั่นคง เซ็นทาราได้เสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงานทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน
เซ็นทารามีโรงแรมทั้งสิ้น
84
รวมจำนวนห้องพัก 18,982 ห้อง
แบ่งเป็นโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ
23
แห่ง และโรงแรมที่บริษัทบริหารจัดการ 61 แห่ง
ในจำนวนนี้ มีโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 51 แห่ง และอีก 33 แห่งอยู่ระหว่างการพัฒนา บ่งบอกถึงเป้าหมายการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวและความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจในจุดหมายปลายทางสำคัญ พร้อมทั้งตอกย้ำตำแหน่งของเซ็นทาราที่แข็งแกร่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ในขณะที่เซ็นทาราเดินหน้าขยายธุรกิจตลอดปี 2568 ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ได้รับการยอมรับผ่านรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ได้รับรางวัลจากทั้งเวที DestinAsian Readers' Choice Awards 2025 และ Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 เช่นเดียวกับ มัชชาฟูชิ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ และ รุกข์ คีรี เขาใหญ่ ซึ่งอยู่ภายใต้แบรนด์ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น (The Centara Collection) ขณะเดียวกันเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ ได้รับการยกย่องให้เป็นโรงแรมสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในมัลดีฟส์ จากเวที Little Steps Family Travel Awards 2025/2026 เซ็นทาราแกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ ได้รับการโหวตให้เป็นโรงแรมพักผ่อนต่างประเทศยอดนิยม จาก Conde Nast Traveller Middle East Readers' Choice Awards 2025 นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของโรงแรมซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568
ในระดับองค์กร ผู้นำของเซ็นทาราได้รับเกียรติในงาน IAA Awards for Listed Companies 2025 โดยได้รับรางวัล Outstanding CEO, Best CFO และ Outstanding Investor Relations ซึ่งสะท้อนถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี วินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
หลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการดำเนินงานและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของเซ็นทารา เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน ในปี 2568 โรงแรมในเครือเซ็นทาราจำนวน 42 แห่งได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบถ้วน สะท้อนถึงความทุ่มเทที่เซ็นทารามีต่อมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน CENTEL ยังได้รับการจัดอันดับ AAA ในการประเมิน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง เป็นเครื่องยืนยันถึงแนวทางของเราที่ครอบคลุมด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการยกย่องจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance Foundation) ซึ่งตอกย้ำว่า เรามุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและเพื่อชุมชน
ในระยะต่อไป เรายังคงให้ความสำคัญต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงานอย่างจริงจังเพื่อลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องพักที่มีผู้เข้าพักลง 40% ภายในปี 2572 และจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
สำหรับธุรกิจร้านอาหาร แม้จะเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่เข้มข้น ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (“ซีอาร์จี”) ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง ภายใต้ทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน วินัยทางการเงิน และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบกลยุทธ์ Grow, Drive, Build และ Sustain เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์หลัก พัฒนานวัตกรรมสินค้าและเมนูอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยในปีที่ผ่านมา แบรนด์ “โอโตยะ” เป็นอีกหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการเติบโตอย่างโดดเด่นและยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในคุณภาพและมาตรฐานของแบรนด์ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้ายกระดับและขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านการพัฒนาคอนเซ็ปร้านใหม่และการต่อยอดสู่ตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ควบคู่กับการขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ คือการเข้าร่วมทุนกับ บริษัท มิราเคิล แพลนเน็ท จำกัด ในการพัฒนาแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” และ “ลัคกี้ บาร์บีคิว” เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขัน และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหาร
ในมิติด้านความยั่งยืน ซีอาร์จีดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรและพันธมิตรอย่างเป็นธรรม การดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล พร้อมสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ คนพิการและผู้สูงอายุ การใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบริหารจัดการขยะอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตร และสมาชิกทุกท่านในครอบครัวเซ็นทาราอย่างจริงใจ ที่ให้ความไว้วางใจ ความเป็นมืออาชีพ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เราก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่นสู่ความสำเร็จในปีต่อไป
นายนรชิต สิงหเสนี
ประธานกรรมการ