ตลอดปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นปีแห่งความสำเร็จอันโดดเด่น สำหรับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ด้วยรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง เราสามารถขยายเครือข่ายโรงแรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดโรงแรมใหม่รวม 4 แห่ง แบ่งเป็น 2 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่งในต่างประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบัน เซ็นทารามีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือรวมทั้งสิ้น 90 แห่ง ใน 11 ประเทศ และมีจำนวนห้องพักรวม 20,014 ห้อง ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วยโรงแรมที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของเอง 22 แห่ง และโรงแรมที่รับบริหารอีก 68 แห่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการถ่ายทอดการบริการที่เป็นเลิศ พร้อมตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำในไทยของเรา
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือรวมทั้งสิ้น
90
แห่ง 11 ประเทศ และมีจำนวนห้องพักรวม 20,014 ห้อง
เป็นเจ้าของเอง
22
แห่ง และโรงแรมที่รับบริหารอีก 68 แห่ง
อีกสิ่งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเซ็นทารา คือหลากหลายรางวัลเกียรติยศที่เราได้รับมอบมาตลอดทั้งปี อาทิ รางวัลจากเวที Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific และ TTG Travel Awards รวมถึงการที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้รับการยกย่องให้เป็น “แบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย” จากรายงานประจำปีของสถาบัน Brand Finance และรางวัล “แบรนด์โรงแรมที่ดีที่สุดในประเทศไทย” จากนิตยสาร TTG Asia
ในขณะที่ CENTEL ยังได้รับมอบอีก 2 รางวัลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน รวมไปถึง “รางวัลความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมองค์กร” จากเวที HR Excellence Awards Thailand 2024 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำของเซ็นทารายังได้รับการคัดเลือกและเชิดชูให้เป็นหนึ่งใน “Thailand Top CEO of The Year 2024” ที่จัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเซ็นทารามุ่งเน้นหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ในทุกหลักปฏิบัติการและให้บริการลูกค้า ซึ่งความมุ่งมั่นของเซ็นทาราในการดำเนินงานอย่างมีสำนึกรับผิดชอบนี้ ได้รับการยอมรับจากหลายองค์กรชั้นนำ กับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายในปี พ.ศ. 2567 อาทิ การได้รับการประเมินจาก S&P Global เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนไทยที่ได้เป็น Industry Mover และได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก S&P Global Sustainability Yearbook อีกทั้งยังผ่านการประเมิน SET ESG Ratings 2024 ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition 2024” จากสถาบันไทยพัฒน์
สำหรับปี พ.ศ. 2568 นี้ ผมเชื่อว่า จะเป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของเซ็นทารา ซึ่งเซ็นทาราจะยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่ายทอดการบริการอันอบอุ่นเสมือนครอบครัวไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ทั่วโลก และเติบโตธุรกิจตามเป้าหมาย พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับแขกผู้เข้าพัก ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าของเซ็นทารา
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2567 ธุรกิจร้านอาหารยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว และความต้องการรับประทานอาหารนอกบ้านที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาดและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ CRG จึงมุ่งเน้นการขยายสาขาใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งมียอดขายสาขาเดิมเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับแฟ้มผลงานของบริษัทด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ในปี พ.ศ. 2567 ได้แก่ “NAMA Japanese and Seafood Buffet” บุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียมที่นำเสนออาหารญี่ปุ่นยอดนิยม และ “Katsu Midori Sushi” ร้านซูชิสายพานชื่อดังจากโตเกียว
ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม CRG ยังคงดำเนินโครงการที่มุ่งสร้างโอกาสและส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงโครงการสนับสนุนโอกาสสำหรับผู้พิการ ตลอดจนการขยายโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดขยะอาหารอย่างมีนัยสำคัญ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอขอบคุณทีมงาน ผู้ถือหุ้น และพันธมิตรธุรกิจทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในบริษัทเสมอมา ผมเชื่อว่า ปี พ.ศ. 2568 นี้ จะเป็นอีกปีแห่งความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของบริษัท
นายนรชิต สิงหเสนี
ประธานกรรมการ